รถยนต์ถือเป็นภาระก้อนใหญ่สำหรับใครหลายคน ซึ่งหลายคนเมื่อรู้ตัวว่าผ่อนไม่ไหว ก็เลือกที่จะปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถกลับไป โดยคิดว่าหนี้ก้อนนั้นจะจบลง แต่รู้ไหมว่าการกระทำเช่นนั้นกลับก่อให้เกิด ‘หายนะ’ ที่จะวนกลับมาหา (อดีต) เจ้าของรถอีกระลอก

1.ยึดรถไปแล้วแต่หนี้ไม่หมด

การปล่อยให้รถถูกยึดเนื่องจากผ่อนส่งไม่ไหวนั้น หลายคนคิดว่าเป็นการปิดบัญชีหนี้ ซึ่งมีหลายกรณีที่พนักงานยึดรถให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนกับเจ้าของรถที่กำลังจะถูกยึด หรือให้สัญญาว่าจะไม่มารบกวนลูกหนี้อีกต่อไปหลังจากที่ยึดรถไปแล้ว ซึ่งมักเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะต่อจากนี้ไปจะกลายเป็นเรื่องระหว่างคุณและไฟแนนซ์โดยตรง หาใช่ธุระของพนักงานยึดรถอีกต่อไป

2.ขายทอดตลาดในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

รถยนต์ที่ถูกยึดจะถูกนำมาขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาหักล้างกับยอดหนี้ที่คงเหลือ แต่ในทางปฏิบัตินั้น รถจะถูกขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป (อีกทั้งยังมีส่วนแบ่งหักค่าหัวคิวอีกเท่าไหร่ไม่รู้) นอกจากนั้น ใช่ว่ามูลค่าของรถที่ขายได้จะถูกนำมาหักลบกลบหนี้ทั้งหมด เพราะยังมีค่าดำเนินการต่างๆ อีกมากมายที่เราไม่เคยทราบมาก่อน ทำให้มูลค่าหนี้ที่นำมาหักล้างลดน้อยลงไปอีก

3.อาจถูกฟ้องร้องตามมาภายหลังได้

หลังจากที่ไฟแนนซ์หักลบกลบหนี้เรียบร้อย ก็มักจะมียอดหนี้ส่วนที่เหลือที่ลูกหนี้ยังคงต้องชำระอีก ทีนี้ หากลูกหนี้ไม่สามารถนำเงินก้อนมาชำระได้ตามกำหนด ก็จะถูกไฟแนนซ์ฟ้องร้องตามมาภายหลังอีกที แม้ว่าจะไม่มีรถให้ใช้อีกแล้วก็ตาม

ดังนั้น ก่อนซื้อรถยนต์ควรพิจารณาถึงความพร้อมให้รอบคอบเสียก่อน เพราะความเสียหายจากการปล่อยให้รถถูกไฟแนนซ์ยึดมันอาจมากมายกว่าที่คุณคิดค่ะ

ข้อมูลจาก auto.sanook.com

View: 359