สวัสดีท่านผู้อ่านทุกๆท่าน ครั้งนี้จะพาท่านผู้อ่านและแฟนๆที่ติดตาม 54นิวัฒน์มาอย่างยาวนาน จะพาไปพบกับรถยนต์หรูรุ่นหนึ่ง ที่ต้องบอกว่าจากการที่ลองขับมา มันนุ่มมากๆ ขับสบายและที่สำคัญ ขับแล้วหล่อมากๆ (ฮ่าฮ่า) ด้วยรูปทรงที่สวยงาม เส้นสายอ่อนช้อยลงตัว ไฟหน้าแบบ LED ที่มีระบบความปลอดภัยแอบแฝงมา ไม่ใช่แค่เท่อย่างเดียวนะ อย่ามัวเสียเวลาผมจะพาไปดูรถคันนี้กัน

Mercedes Benz E300 Bluetech Hybrid (Facelift) W212 เปิดตัวในเมืองไทยเป็นแห่งแรกใน Asia ที่งาน Bangkok International Motor Show 2013

54niwat | 54niwat

มิติตัวถังของ E-Class Minorchange ความยาว 4,879 มิลลิเมตร กว้าง 1,854 มิลลิเมตร สูง 1,474 มิลลิเมตร และ ระยะฐานล้อ 2,874 มิลลิเมตร ความแตกต่างจากภายนอก เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเดิมแล้ว เห็นได้ชัดว่า ขิ้นส่วนด้านหน้า ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ให้มีแนวทิศทางเดียวกันกับบรรดารถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ๆ ทั้ง A-Class CLA Class CLS Class ฯลฯ ซึ่งทะยอยเปิดตัวให้เห็นกันไปแล้ว

54niwat | 54niwat

ชุดไฟหน้าแบบใหม่ ถูกออกแบบขึ้นใหม่ ให้เชื่อมกลับเข้ามาอยูในโคมเดียวกัน แต่มีการออกแบบให้ หลอดไฟข้างใน แยกออกจากกัน ในแบบ 4 Eyes คล้ายกับมีอยู่ 4 ตา เหมือนเช่น E-Class หลายรุ่นที่ผ่านมา โคมไฟหน้าเป็นแบบ LED Intelligence Light System ถือเป็นการนำหลอด LED มาใช้ เต็มรูปแบบ เป็นครั้งแรก ในตระกูล E-Class

54niwat | 54niwat

นอกจากนี้ ยังมี ระบบปรับไฟสูงแบบอัตโนมัติ และระบบไฟมุมข้าง ส่องสว่าง ขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering Light) ซึ่งจะทำงานทุกครั้งที่คุณเลี้ยวพวงมาลัย ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เช่นเลี้ยวพวงมาลัยไปทางซ้าย ไฟก็จะติดสว่าง เพื่อส่องพื้นถนนข้างหน้าเฉพาะฝั่งซ้ายเท่านั้น เป็นต้น

กระจังหน้าจะมีให้เลือก 2แบบ สำหรับรุ่น E300 ในรุ่น Exclusive จะเป็นกระจัง 3แถวโครเมียม พร้อมโลโก้เบ็นซ์แบบอนุลักษณ์นิยมบนฝากระโปรง และอีกแบบสำหรับ AMG จะเป็นโลโก้ขนาดใหญ่บนตัวกระจังเลยเพื่อสื่อถึงความสปอร์ต

54niwat | 54niwat

ชุดไฟท้าย  เปลี่ยนมาเป็นแบบ LED Fiber Optic มีลวดลายที่สวยงาม กรอบของชุดไฟท้าย ยังคงคล้ายคลึงกับรถรุ่นเดิม แต่เอามาเทียบกันจะพบว่า ชิ้นส่วนตัวถังบริเวณเสาหลังคาคู่หลัง C-Pillar มีการเปลี่ยนแปลงยกชุด โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไข แนวเส้นเหนือซุ้มล้อคู่หลัง จากเดิมซึ่งดูแข็งทื่อเป็นสัน

ชุดเปลือกกันชนหลังก็จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบการตกแต่ง หากเป็นรุ่น Exclusive จะยังคงใช้เปลือกกันชนแบบเรียบๆ แต่ถ้า
เป็นแบบ AMG Dynamic ก็จะเป็นแบบปลายท่อคู่โครเมียมฝังมาในชุดกันชน

54niwat | 54niwat

เสาอากาศติดตั้งอยู่เหนือกระจกบังลมหลัง เป็นครีบฉลาม ตามสมัยนิยม

54niwat | 54niwat

Mercedes-Benz เริ่มเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ปะยาง Tirefit มาให้เป็นการทดแทนยางอะไหล่

54niwat | 54niwat

ยังคงใช้กุญแจรีโมทคอนโทรล Infared พร้อมระบบกันขโมย Immobilizer มีทั้งปุ่มปลด และสั่งล็อก ปุ่มเปิดฝากระโปรงหลัง เป็นมาตรฐาน คราวนี้ มีระบบ Keyless GO มาให้ เพียงแค่ พกรีโมทกุญแจไว้กับตัว แล้วเดินมาเอื้อมมือจับเปิดประตูได้เลย หรือเอานิ้วแตะที่หลุมสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนมือจับ 4 ตำแหน่ง เพื่อสั่งล็อกประตู

ภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังหรูทรงเบาะดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเบ็นซ์ เบาะนั่งคนขับ และเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ปรับเอน เลื่อนขึ้นหน้า – ถอยหลัง รวมทั้ง ปรับตำแหน่งดันหลังได้ด้วยสวิชต์ไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำตำแหน่งที่ปรับไว้บนแผงประตูด้านข้าง

54niwat | 54niwat
54niwat | 54niwat

และในฝั่งคนขับ หน่วยความจำ จะเชื่อมโยงการจดจำทั้งตำแหน่ง กระจกข้าง และพวงมาลัย แบบปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้า เป็นพิเศษ พนักพิงศีรษะคู่หน้าแบบ NECK-PRO head restraints ช่วยลดอาการบาดเจ็บเมื่อถูกชนจากด้านหลัง

54niwat | 54niwat

เบาะนั่งของ E-Class ออกแบบมาให้นั่งขับนานๆและไม่ปวดเมื่อยที่หลัง โอบรับสรีระดี ไม่นุ่มเกินไปไม่แข็งเกินไป ที่พักแขนทั้งคอนโซลกลางและที่ประตูทำมาในระดับที่ดีประมาณว่านั่งแล้ววางได้เลยไม่ต้องมานั่งขยับร่างกายให้พอดีเหมือนรถรุ่นล่างๆ

เบาะหลังยังคงเป็นแบบรุ่นก่อน มีการตัดเย็บลวดลายเบาะให้นูนขึ้น ม่านบังแดด มีมาให้ทั้งที่กระจกหน้าต่าง ณ บานประตูคู่หลัง ทั้ง 2 ฝั่ง

54niwat | 54niwat

ฝาประตูห้องเก็บของด้านหลัง สามารถเปิดได้ทั้งจากรีโมทกุญแจ สวิชต์ไฟฟ้าบริเวณช่องเก็บของที่แผงประตูฝั่งคนขับ และสวิชต์ไฟฟ้า ใต้แถบโครเมียมเหนือช่องใส่ป้ายทะเบียนหลัง

54niwat | 54niwat

ภายในมีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนได้ปรับปรุงรายละเอียดบริเวณกรอบหน้าจอมอนิเตอร์สี 7 นิ้ว รวมทั้งกรอบของช่องแอร์ทั้ง 4 ตำแหน่ง ให้ดูโค้งมน และล้อมกรอบด้วยโครเมียมจนดูพรีเมียม กว่าเดิมเล็กน้อย วัสดุที่ใช้ก็ดีขึ้น

แผงสวิชต์ รวมทั้งกระจกหน้าต่างก็เป็นแบบไฟฟ้า เลื่อนขึ้น – ลงได้ ด้วยการกดครั้งเดียวในแบบOne Touch พร้อมระบบดีดกลับอัตโนมัติ ทันทีที่มีสิ่งกีดขวาง ครบทั้ง 4 บาน

54niwat | 54niwat

พวงมาลัยเป็นแบบหุ้มหนังแบบ 4ก้าน สวิชต์ปรับเครื่องเล่น Multi-Function มีมาให้ครบไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก ด้านหลังพวงมาลัยฝั่งขวาเป็นเกียร์ 7G Tronic Plus และPaddle Shift ฝั่งซ้ายมี 3ก้านเริ่มจาก ก้านปัดน้ำฝนและไฟเลี้ยวอยู่ในอันเดียวกัน ถัดลงมาเป็นก้าน Cruise Control ด้านล่างสุดเป็นที่ปรับระดับพวงมาลัย

54niwat | 54niwat

ชุดมาตรวัดแบบ 3 วงกลม อ่านง่ายสบายตา และลดความสับสนซับซ้อนลงไปได้เยอะ หน้าจอตรงกลางของมาตรวัดความเร็ว ยังคงเป็นจอ Multi-Information Display ใช้สวิตช์ ฝั่งซ้ายบนก้านพวงมาลัยบังคับควบคุม ในแบบการเลื่อนแถบ Menu เลือก แสดงข้อมูลได้ ทั้งมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย ความเร็วเฉลี่ย ระยะทางที่น้ำมันในถังยังเหลือพอให้แล่นต่อไปได้ ตั้งแต่ออกรถ หรือตั้งแต่กดปุ่ม Reset เพื่อตั้งค่า เซ็ต 0 บน Trip Meter ที่มีมาให้แค่ Trip A อย่างเดียว ไม่มีแถม Trip B ทั้งสิ้น มีมาตรวัดอุณหภูมิภายนอกรถ  และจอแสดงข้อมูล แจ้งเตือนของระบบต่างๆ รวมทั้ง แจ้งบอกตำแหน่งเกียร์ และที่เพิ่มจาก E-Class รุ่นปกติทั่วไป นั่นคือ หน้าจอแสดงการทำงานของระบบขับเคลือน Hybrid แบบ Real Time

54niwat | 54niwat

คันเร่งยังคงเป็นแบบ Piano Type เหมือนเช่นเคย เบรกมือต้องเหยียบแป้นฝั่งซ้ายลงปจนสุด และปลดออกได้ ด้วยการดึงคันโยกฝั่งขวา ใต้สวิตข์เปิดไฟหน้า

มาที่แผงควบคุมตรงกลาง เครื่องปรับอากาศยังคงเป็นแบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ (THERMATIC) แยกฝั่งซ้าย – ขวา พร้อมช่องแอร์และสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ถัดขึ้นมาจะเป็นแถบแผงสวิตช์สีเงิน สำหรับเปิด-ปิด ทั้งไฟฉุกเฉิน ม่านบังแดด พับหัวหมอน และปิดระบบ Parking Sensor

54niwat | 54niwat

เหนือขึ้นไปเป็นชุดเครื่องเสียงระบบ COMAND Online วิทยุ AM/FM พร้อมเครื่องเล่น CD / MP3 ระบบนำทางผ่านดาวเทียม GPS Navigation System  คุณภาพเสียงที่มีมาให้นั้น ถือว่า ดี เสียงทุ้ม นุ่มละมุน แหลมไม่เสียดหู เหมาะสำหรับเน้นหนักสำหรับการฟังดนตรีประเภท Jazz เป็นหลัก

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเมนูหน้าจอนาฬิกาอยู่ตรงกลาง ประดับมาสวยๆ ทั้งที่บนช่องแอร์ตรงกลาง ก็มีนาฬิกาแบบสี่เหลี่ยม หน้าตาเหมือนกัน มาให้อยู่แล้ว

พื้นที่ด้านข้างลำตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ถูกออกแบบขึ้นใหม่ เพื่อให้กล่องคอนโซลกลาง มีขนาดใหญ่ขึ้น ในกล่องเก็บของคอนโซลกลาง มีช่องเสียบ USB สำหรับเปิดเพลงทำงานผ่านระบบ Comand Online โดยปรับที่เครื่องเล่น

ด้านหลัง มีไฟส่องสว่าง พร้อมไฟอ่านหนังสือสำหรับผู้โดยสาร แยกฝั่งซ้าย – ขวา แถมด้วย ไฟสัญญาณเตือน เพื่อกะระยะห่างจากวัตถุนอกรถ ขณะถอยหลังหรือเดินหน้าเข้าจอด

54niwat | 54niwat

ด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยจัดเต็มมาให้เหมือนรุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็นระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ(PRE-SAFE® system) เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 5 ที่นั่งทั้งคู่หน้าและคู่หลัง เป็นแบบผ่อนแรงและรั้งกลับอัตโนมัติ (Pretensioner & Load Limiter) พนักพิงศีรษะคู่หน้าแบบ NECK-PRO head restraints ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บกรณีที่ถูกชนจากด้านหลัง ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง พร้อมเซ็นเซอร์วัดแรงปะทะ และวัดสรีระของ ผู้ขับขี่กับผู้โดยสาร ทันทีที่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้เข็มขัดและถุงลม ทำงานเหมาะสม กับสรีระของแต่ละคน ถุงลมนิรภัยด้านข้าง บริเวณสะโพก 2 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยอีก 2 ฝั่ง 2 ตำแหน่ง รวม 6 ใบ ระบบเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attension Assist) ระบบช่วยเตือนการขับรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist) ทำงานทันทีถ้า ตัวรถเริ่มเบี่ยงออกจากเลนถนน

E300 BlueTEC HYBRID ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2,143 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Diesel เชื่อมต่อเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด
120 โวลต์ กำลังสูงสุด 27 แรงม้า

54niwat | 54niwat

การทำงานของระบบ Hybrid ใน Mercedes-Benz เหมือนรถยนต์ Hybrid ทั่วไปพิเศษตรงที่ใช้เครื่องยนต์ Diesel Turbo เป็นตัวต้นกำลัง การขับขี่บอกเลยว่าแรงดี กำลังเหลือ ขับระยะทางไกลสบายๆครับ ขับด้วยความเร็วสูงทรงตัวดีมากๆ และด้วยที่ว่ามันเป็นดีเซล+กับมอเตอร์ไฟฟ้า บอกเลยว่าประหยัดน้ำมันมากๆ เฉลี่ยประมาณ 16-18 กิโลลิตรเลยทีเดียว โดยใช้ความเร็วอยู่ประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง

54niwat | 54niwat

ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ให้ความรู้สึกถึงความหรูหราเรียบง่ายแต่แอบแฝงไปด้วยพละกำลังมากมายทั้งในเรื่องของการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน ความสะดวกสบาย มีมาให้ครบในคันเดียวกัน หากคุณผู้อ่านสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามเข้ามากันได้เลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.headlightmag.com

View: 1155