สิ่งน่ากลัวที่ดูเหมือนจะหลอกเราตลอดเวลาในวงการรถยนต์คงหนีไม่พ้นเต๊นท์รถมือสองที่เราเดินผ่านก็ไม่กล้าสบตา เพราะเขาจะมาพร้อมข้อเสนอที่ดูดีเกินห้ามใจ ล่อให้อยากได้รถคันใหม่ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าจะโดนย้อมแมวหรือเปล่า กับอีกคนหนึ่งคือนายหน้าขายประกันที่จะโทรมาหยอดคำหวาน ง้อเรา ตื้อเรา มาพร้อมข้อมูลเยอะแยะ งงไปหมด สุดท้ายก็ขายประกันสุดแพงเพื่อให้ตัวเองได้ค่าคอม

แต่รถมือสองบางครั้งก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่ารถมือหนึ่ง ส่วนประกันเองก็เป็นสิ่งที่เราต้องซื้อสำหรับการขับรถ เพราะฉะนั้นเรามาดูดีกว่าครับ ว่าเราจะเท่าทันและป้องกันตัวเองจากการโดนหลอกยังไง

  • วิธีเลือกซื้อรถมือ 2 ยังไงไม่ให้โดนหลอก
  1. สุมดประวัติประจำรถ

ตรวจสอบว่าเจ้าของรถมีสมุดประวัติประจำรถหรือไม่มักไม่ค่อยมี เพราะเจ้าของรถไม่พิถีพิถัน แต่ถ้ามีก็ต้องถือว่ายอดเยี่ยม สอบผ่านด่านแรก เพราะสมุดประวัติประจำรถทำให้รู้ว่าเขาตรวจซ่อมอะไรมาบ้าง ตรวจทุกระยะประจำหรือเปล่า

  1. ตัวเลขระยะทางการใช้รถ

ในการซื้อรถคุณควรดูเลขตัวไมล์ โดยปกติการใช้รถไม่ควรจะมากกว่าสามหมื่นกิโลเมตรต่อปี หากมากไปกว่านี้ถือว่ามากอาจทำให้เครื่องยนต์ที่ใช้งานหนัก

  1. ดูตัวถัง body

– เปิดฝากระโปรงหน้ามาดูคานหน้า คานรถทุกคันจะมีรู กลมบ้าง เหลี่ยมบางแล้วแต่ ถ้ารูเบี้ยว ไม่คมก็แสดงว่ามีชนมาบ้าง

– ป้ายทะเบียนรถยับมีรอยดัด ก็ให้เดาไว้ก่อนเลยว่าเคยชนมา แผ่น plate ที่แปะติดคานมา มีรอยยับหรือดัดมาก็เช่นกัน

– รถที่เคยหงายตะแคงมา ก็ดูหลังคารถเคาะๆ ดู สังเกตขอบคิ้วกระจกหน้าหลังว่าเหมือนกันหรือเปล่า มีรอยแตกของสีโป๊วหรือไม่ หลังคาไม่น่ามีสีสดสวยกว่าประตูข้าง เพราะเป็นส่วนที่รับแดดมากที่สุด

– สันด้านข้างตะเข็บความนูนเสมอกันหรือไม่ รอยอ๊าค จากโรงงานกับอู่เคาะพ่นสีก็ต่างจะกัน

– พื้นรถด้านหลังโดยมากจะเป็นรอนๆ ก็สังเกตดูว่าเท่ากันหรือเปล่า รถบางคันโดนชนหลังมาช่างเคาะอาจทำดีมากจนดูแทบไม่ออก ต้องเช็ค มีบางคันเศษกระจกอาจหลงเหลืออยู่ให้เห็น

– สำหรับด้านหลัง ก็เปิดฝากระโปรงดูเช่นกัน ไฟท้ายทั้ง 2 ดวงเสมอเบ้าหรือไม่ รอยแยกต่อชิ้นเว้นช่องไฟเท่ากันเปล่ามีเบี้ยวมีเกยกันหรือไม่ คานหลังก็ใช้ลักษณะการสังเกตเหมือนคานหน้าเพียงแต่ต้องลื้อพรมปูท้ายรถออกเพื่อให้เห็นพื้น

– ส่วนด้านข้าง ก็ดูเทียบสี จากโรงงานสีเดิม กับอู่สี สีจะเพี้ยนนิดหน่อยแต่ก็พอเห็น ใช้วิธีเคาะด้วยมือของเรานี่แหละ เคาะรอบคันเลย รถที่ทำสีมาแล้วเสียงจะทึบๆ ชิ้นที่สีเดิมจะมีเสียงโปร่งๆ ฟังดีดีจะรู้ถึงความแตกต่าง

  1. เครื่อง + ช่วงล่าง + เกียร์

เครื่อง ถ้าเครื่องมีปัญหา หรือ หลวม จะเสียงดัง ไม่นิ่งรอบสูงบ้างต่ำบ้าง ไม่น่าเชื่อถือ เวลาเครื่องร้อนเราก็ดูก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา จะมีควันพุ่งออกมา หรือ น้ำมันเครื่องจะกระเซ็นเป็นละอองออกมาเอามือไปอังๆ ดูก็ได้

เกียร์ ชุดส่งกำลัง คลัชต์ ถ้าเข้าเกียร์ ออกตัวแล้วๆ กระตุกๆ เข้าเกียร์ยาก นั่นหมายถึงมีปัญหา ถ้าวิ่งๆ อยู่มีเสียงหอนแหวกอากาศมาเข้ามา เวลาเข้าเกียร์ว่างรถจอดนิ่งๆ ไม่ดังก็แสดงว่าเกียร์มีปัญหา เกียร์ auto ก่อนเข้าเกียร์เหยียบเบรคคาไว้ เข้าเกียร์ตำแหน่ง D ไม่กระตุกกระชากก็พอใช้ได้ เข้าตำแหน่งเดิม N แล้วไป R ก็ไม่มีอาการอะไรก็แสดงว่าน่าจะผ่านแล้ว ต้องลองวิ่งดูว่าเกียร์ทำงานทุกเกียร์เปล่า ออกตัวก็เช่นกัน ออกตัวดีมั้ย ถ้าต้องรอสักพักถึงเคลื่อนตัวได้แสดงว่าเกียร์อาการแย่

ช่วงล่าง เวลาขับไปเจอฝาท่อ เจอถนนคอนกรีตที่กร่อน มีหลุม มีบ่อ ถ้าลุยเข้าไป เดี๋ยวเสียงกรุกกรักจะปรากฏถ้าไม่แน่น หรือ อาจสะท้านมาถึงพวงมาลัยเลยก็มี แต่อย่าขับเร็วมากนักอาจเสี่ยงต่ออันตราย ก็ได้ ต่อไปเป็นเบรค และ สภาพยาง อาจซื้อแล้วเข้าร้านเปลี่ยนของใหม่เลย เอาแบบปลอดภัยไว้ก่อน ก็ชัวร์ดี

  1. ภายในห้องโดยสาร

แอร์ เปิดแอร์ เบอร์ 1-4 ดูเลยว่ามันไล่ระดับความแรงหรือเปล่า แรงลมจะบอกได้ว่าตันหรือเปล่า สมัยนี้ล้างแอร์ก็ราคาแพงด้วย เปิดทิ้งไว้แล้วออกไปเดินดูรอบๆ รถนานๆ หน่อย ไม่ใช่ แค่แป๊บเดียว แล้วเดินเข้าไปในรถก็จะรู้ว่าแอร์เย็นฉ่ำ หรือ ไม่เย็นฉ่ำ ลองฟังดูว่ามีเสียงอะไรดังผิดปรกติหรือเปล่า แอร์ตัดตามปกติหรือไม่

กลิ่น ถ้าเปิดรถแล้วได้กลิ่นอับๆ ชื้นๆ แสดงว่าน้ำเข้ารถ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ง่ายต่อการดูมากเลย คือเอายางปูพื้นออก ดูว่าพื้นพรมมีรอยชื้นของน้ำหรือเปล่า บางคันพื้นอาจผุจนทะลุ ต้องดูหมดทั้ง 4 จุด

– ดูความเรียบร้อย คอนโซล แตกหรือไม่ ช่องแอร์สมบูรณ์หรือเปล่า ช่องแอร์เป็นอะไรที่ซ่อมยากนะ เพราะอาจไม่มีอะไหล่ด้วย

  1. ต้องรีบโอนรถให้เรียบร้อย

ถ้าคุณซื้อรถจากเจ้าของแล้วควรนำรถออกทันที แต่ถ้าซื้อรถจากเต๊นท์จะต้องทำสัญญาซื้อขายให้ดี ขอใบเสร็จรับเงินให้เรียบร้อย ถ้านัดไปโอนทะเบียบภายหลังจะต้องกำหนดเวลาการโอนในสัญญาซื้อขายอย่างแน่นอน

ถ้าตรวจรถมือสองแล้ว ดูเข้าเกณฑ์ปลอดภัยตามนี้แล้วก็ถือว่าน่าเชื่อถือระดับหนึ่งแล้วนะครับ คราวนี้เราลองดูอีกหลายๆ ปัจจัย ดูรวมๆ ว่าน่าเชื่อถือหรือเปล่า

ต่อมาประกันรถยนต์ ปกติที่มีเจ้าหน้าที่โทรมาตื้อเรา คราวนี้เมื่อเราได้รถมือสองคันใหม่มาแล้ว เตรียมตัวได้เลยครับ เรามาดูกันเลยครับว่าเราต้องเตรียมรับมือกับประกันอย่างไรบ้างเมื่อเวลาเขาโทรมาขายเราจะได้เท่าทัน หรือว่าใครทันสมัยหน่อย ถ้าศึกษาอ่านเสร็จแล้วรับรองได้เลยครับว่ามีความรู้เพียงพอที่จะซื้อประกันออนไลน์ด้วยตัวเองไม่ต้องง้อพนักงานขายเลย

วิธีซื้อประกันรถมือสองยังไงไม่ให้โดนหลอก

เมื่อเราโอนรถแล้ว การดูแลรถก็จะต้องตกมาเป็นของเราทันที เพราะฉะนั้นถ้ามีซื้อรถมือ 2 ควรทำประกันหรือไม่ หรือรถมือสองบังคับทำประกันไหม รถมือสองก็เหมือนรถมือหนึ่ง คือต้องทำประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. เพื่อเอาไว้ใช้ต่อทะเบียน ส่วนประกันภาคสมัครใจนั้น ก็ควรทำ เพราะไม่เช่นนั้นถึงแม้รถคุณจะเก่า แต่ถ้าได้รับอุบัติเหตุคุณก็ต้องดูแลค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายสำหรับรถมือสองที่คุณเพิ่งซื้อมาหรือจะเป็นรถคู่กรณี งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับ ว่ารถมือ 2 ทำประกันแบบไหนดี

  1. เช็คว่าประกันเดิมยกเลิกหรือยัง?

ถ้ารถที่คุณซื้อรถมือสอง แต่ประกันเดิมเพราะเจ้าของเก่าไม่ได้ยกเลิกประกันเดิมมา เราขอแนะนำให้คุณยกเลิกประกันภาคสมัครใจของเดิมก่อน เพราะถ้าไม่เช่นนั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุจะทำเรื่องเคลมลำบาก แล้วค่อยหาประกันต่อเองครับ ถ้ามีอะไรก็เคลมง่าย ไม่ต้องเดินเรื่องย้อนไปย้อนมา

  1. เลือกว่าต่อประกันชั้นไหนดี

2.1 ซื้อรถมือ 2 ทำประกันชั้น 1 ดีไหม

ไม่ว่าจะรถมือหนึ่งหรือรถมือ 2 การเลือกซื้อประกันของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ขับรถมือ 1 แล้วจะต้องใช้ชั้น 1 อย่างเดียว ยังมีหลายปัจจัยที่เอามาคิดว่าคุณเหมาะกับประกันแบบไหน ยังมีหลายคนสงสัยว่า ซื้อรถมือสองทำประกันชั้น 1 ได้ไหม อย่างที่เราบอกไปข้างบนครับ รถมือสองในท้องถนนก็ไม่ต่างอะไรจากรถมือหนึ่งสามารถทำประกันชั้น 1 ได้เหมือนกันเลย แล้วก็ยังมีอีกสายหนึ่งที่บอกว่า รถมือ 2 ควรซื้อประกันชั้น 1 เหตุผลที่ทำไมซื้อรถมือซื้อต้องทำประกันชั้น 1 เพราะรถยนต์มือสองนั้นผ่านการใช้งานมาพอสมควรแล้ว อุปกรณ์บางอย่างมีความเสื่อมตามอายุการใช้งาน แม้ว่าจะขับรถปลอดภัยหรือตรวจเช็คสภาพรถยนต์มาอย่างดี แต่เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ย่อมเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นได้ แม้ว่าจะซื้อรถมือสองที่มีสภาพที่ดี แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่มากกว่ารถยนต์มือหนึ่ง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ หากซื้อ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 รถมือสอง นั้นก็ทำให้อุ่นใจมากขึ้น เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกกรณีทั้งคนและรถ ในขณะที่ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2 หรือ 3 ไม่ได้ให้ความคุ้มครองและจำเป็นต้องซื้อกรมธรรม์เพิ่มเติม โดยเฉพาะทำประกันชั้น 3 แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นจำเป็นต้องซ่อมรถเอง และรถมือสองบางรุ่นนั้นมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและอะไหล่ที่สูงอีกด้วย

แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนขับรถมนาน เป็นผู้ขับมากประสบการณ์แล้ว คิดว่าประกันชั้น 1 มีเบี้ยสูงไปและความคุ้มครองเกินจำเป็น คุณก็ลองดูประกันชั้นอื่นๆ เปรียบเทียบก็ได้เหมือนกันครับ

2.2 เลือกซื้อประกันรถมือ 2 ตามความต้องการคุณ

ประกันแต่ละแผนก็เหมาะกับคนแต่ละแบบเพราะการเลือกประกันนอกจากขึ้นอยู่กับอายุรถแล้ว ยังขึ้นอยู่กับทักษะการขับรถและระดับความรักรถด้วย จึงอยากให้พิจารณาเลือกแผนประกันจากหลายๆ ปัจจัยครับ

ประกันชั้น 1 เหมาะกับคนที่อยากดูแลรถให้เหมือนใหม่

ประกันชั้น 1 มีความคุ้มครองมากที่สุด นั่นหมายถึงไม่ว่าจะโดนอะไรมาคุณก็สามารถเคลมได้ รวมทั้งอุบัติเหตุที่ไม่ใช่รถชนรถ เช่นคุณขับรถไปชนกับเสาข้างทางคุณก็สามารถเคลมได้ จึงเหมาะกับคนที่อยากดูแลให้รถมีสภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา เพราะความคุ้มครองที่สูงสุด ประกันชั้น 1 สำหรับรถทั้งมือหนึ่งและรถมือสองจึงมีราคาสูงสุดเช่นกัน

สำหรับใครที่ซื้อรถมือสอง แต่อยากได้ประกันศูนย์ก็ต้องเลือกชั้น 1 นะครับ เพราะประกันชั้นอื่น ไม่ได้มีบริการซ่อมศูนย์หรือซ่อมห้าง คุณต้องซ่อมอู่อย่างเดียวเท่านั้นครับ

ประกันชั้น 2+ เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์สูง

คนที่ไม่ต้องการความคุมครองและเบี้ยราคาสูงชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะไม่คุ้มครองอุบัติเหตุรถชนกับคู่กรณีที่ไม่ใช่รถยนต์แล้ว แต่ก็ยังคุ้มครองอุบัติเหตุรถชนรถแล้วอื่นๆ อยู่ ยังสามารถซ่อมให้เราได้เหมือนเดิม ถ้ารถมือ 2 ที่คุณซื้อมาไม่ได้มีสภาพดีเลิศเพอร์เฟกอยู่แล้ว และคุณก็ไม่ค่อยได้ขับไปเฉี่ยวเสาไฟ ต้นไม้ หรือขอบถนนที่ไหน คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้ประกันชั้น 1 ก็ได้นะ

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับคนที่มีงบไม่เยอะ

ถ้าคุณซื้อรถมือสองมาเพราะอยากประหยัดงบ ประกันชั้น 3+ ก็ช่วยคุณประหยัดไปอีกขั้น เพราะคุ้มครองแค่กรณีรถชนรถเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างอื่นเช่น ไม่คุ้มครอง รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม

ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่ได้เสี่ยงเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดเช่นนั้น ประกันชั้น 3+ อาจจะเหมาะกับคุณก็ได้

2.3 รถมือ 2 ซื้อประกันยังไงให้ถูก

  • ระบุผู้ขับขี่ ลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท
    • คุณจะลดราคาเบี้ยลงได้อีกสูงสุด 5000 บาท เพียงเลือกระบุผู้ขับขี่โดยที่ประกันจะคุ้มครองเฉพาะผู้ขับขี่ที่ระบุเท่านั้น (แนะนำถ้าคุณขับรถคันนี้ประจำอยู่คนเดียว)
  • ประกันชั้น 1 ระบุค่าเสียหายส่วนแรก: ลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท
    • หากคุณขับรถปลอดภัย เลือกค่าเสียหายส่วนแรกจะช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง แต่คุณอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อคุณแจ้งเคลมในบางกรณี
  • เลือกซ่อมอู่: ลดเพิ่มสูงสุดอีก 35%
    • ประกันชั้น 1 สามารถเลือกซ่อมแบบซ่อมศูนย์ หรือซ่อมอู่ หรือ ซ่อมอู่แบบ executive care แต่ถ้าคุณเลือกแบบซ่อมอู่หรือ อู่ซ่อม VIP กรุงเทพประกันภัย ซึ่งราคาเบี้ยประกันจะลดลงไปอีกได้ถึง 35%
  • ติดกล้องติดระยนต์: ลดเพิ่มทันที 5%
    • เมื่อติดกล้องติดรถยนต์หรือแจ้งบริษัทประกันว่าคุณมีกล้องติดรถยนต์อยู่แล้ว รับทันที ส่วนลด 5% จากเบี้ยสุทธิ

เพียงเราเข้าใจเทคนิคกาเลือกซื้อรถมือสองการซื้อประกันรถมือสอง เท่านี้เราก็ไม่โดนเต๊นท์รถมือสองและนายหน้าขายประกันหลอกอีกแล้วคร้าบบบ

ข้อมูลจาก

ประกันภัยรถยนต์ที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

View: 38