สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ในการรีวิวครั้งนี้ มีคนเรียกร้องมาครับ เห็นว่าเป็นการช่วยตัดสิน
ใจว่า รถคันนี้มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง เมื่อคุณขอมา เราก็จัดให้ครับ  เป็นรถ HONDA CIVIC
รหัสตัวถัง ES หรือที่เรียกกันติดปากว่า Dimension นั่นแล   ครั้งนี้ได้ออกไปถ่ายทำที่ ร้านกาแฟ
แถวๆ ศูนย์รถยนต์ 54นิวัฒน์เรานี่เอง ครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
ประวัติของเจ้า HONDA CIVIC DIMENSION เปิดตัวครั้งแรกประมาณปลาย
ปี ค.ศ. 2000 และหยุดการผลิตในปี 2005 ต่อจากนั้นก็คือ CIVIC FD ที่เห็นกันเกลือนเมือง
ในตอนนี้ครับ ในตอนนั้นทาง HONDA ได้นำ CIVIC ES มาเปิดตัวอย่างเป็น  ทางการในประเทศไทย
ด้วยสโลแกนที่ว่า ” NEW DIMENSION ” ( แปลเป็นไทย มิติใหม่ ) คำว่า DIMENSION จึงถูกเรียก
ติดปากมาจนทุกวันนี้

ประวัติของเจ้า HONDA CIVIC DIMENSION เปิดตัวครั้งแรกประมาณปลาย ปี ค.ศ. 2000
และหยุดการผลิตในปี 2005 ต่อจากนั้นก็คือ CIVIC FD ที่เห็นกันเกลือนเมืองในตอนนี้ครับ
ในตอนนั้นทาง HONDA ได้นำ CIVIC ES มาเปิดตัวอย่างเป็น
ทางการในประเทศไทย ด้วยสโลแกนที่ว่า NEW DIMENSION ( แปลเป็นไทย มิติใหม่ )
คำว่า DIMENSION จึงถูกเรียก  ติดปากมาจนทุกวันนี้

1

Minorchange ครั้งแรกประมาณต้นปี 2003 การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้คือภายนอกคือ
กระจังหน้า กันชนหน้า เสกิร์ทข้าง  ล้อแม็กลายใหม่ทั้ง exi/vti ไฟท้าย ภายในได้มาตรวัดเรือง
แสง มีการปรับการตกแต่งภายในนิดหน่อย แล้วก็รุ่น vti  จะได้เหล็กกันโคลงหลังทุกรุ่นย่อย
(ต่างจากโฉม1 ที่ให้มาแต่รุ่นท็อป vti-asl) และหลังจากที่เปิดตัว CIVIC ES Minorchange
ไปไม่กี่เดือนก็ได้มีเครื่องยนต์ขนาดใหม่ตามมาติดๆ คือเครื่องยนต์ 2.0L มาให้เลือกครับ
ใช้เครื่องยนต์  k20a 155 แรงม้า ล้อ 15นิ้ว ลายใหม่ เพิ่มสเกิร์ตหลัง ภายในจะไม่เหมือน
เครื่อง 1.7 ครับ จะเป็นโทนดำ ตกแต่งด้วยลายไม้ ซึ่งดูแล้วมันให้ ความรู้สึกว่าเจ้านี่มัน
ต้องแรงแน่ๆ ในการปรับครั้งนี้ถือว่าทำตลาดได้สั้นมากๆ แค่ปีกว่าๆเท่านั้นเอง

มาถึง Minorchange ครั้งที่ 2 กันครับ ( ผมจะรีวิวคันนี้และ >,<) หรือที่เรียกกันว่าตาเหยี่ยว
นั้นแล โฉมนี้ออกมาทำให้  หลายๆคนที่ออกรุ่นก่อนหน้านี้ต้องเสียใจไปหลายคนครับ ออกมา
ปลายๆปี 2004 มีการปรับปรุงในส่วนของไฟหน้าที่เห็นได้
ชัดเจนว่ามันสวยกว่าตัวเก่าแน่นอน รวมทั้งกระจังหน้าแบบใหม่ ด้านหลังเปลี่ยนกันชนแบบใหม่มี
เสกิร์ทในตัว ในรุ่น VTEC  จะได้ล้อลายMag ลายใหม่ ภายในได้เครื่องเสียงแบบใหม่ที่เล่นได้ทั้ง
CD MP3/WMA และมีช่อง AUX และในรุ่น 2.0L โคมไฟ  หน้าและท้ายจะเปลี่ยนเป็น แบลกลุค
ภายในจากตกแต่งด้วยลายไม้ เป็น อลูมิเนียมแทน ตัวนี้ทำตลาดได้พอๆกับ โฉมก่อน  หน้าครับ
เพียงปีกว่าๆ ก็ต้องหลบชิดซ้ายให้ CIVIC FD มาแทนที่ครับ

2

ต่อไป Admin จะพูดถึงเจ้าคันนี้ละกัน( คันในรูป ) ว่า มันดียังไง มีข้อเสียตรงไหน ต่อเลยละกันนะครับ

เจ้าคันนี้เป็น โฉม Minorchange ที่2 ครับ ไฟหน้าตาเหยี่ยว เครื่องยนต์ขนาด 1.7 Exi หัวฉีด
ธรรมดา จะแบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย
คือ EXi เกียร์ธรรมดา EXi เกียร์ออโต้ และEXi (AS) จะเป็นเกียร์ออโต้ และมีถุงลมนิรภัย
รายละเอียดเครื่องยนต์ตามนี้ครับ

–           เครื่องยนต์ แบบ เพลาราวลิ้นเดี่ยว (SOHC) 4สูบ 16 วาล์ว

–           ระบบจ่ายน้ำมัน  หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI

–           ความจุ  1668 cc.

–           ความกว้าง x ช่วงชัก  75 mm. x 94.4 mm.

–           อัตราส่วนกำลังอัด  9.9 :1

–           กำลังสูงสุด 88 กิโลวัตร (120 แรงม้า) / 6200 รอบต่อนาที

–           แรงบิดสูงสุด 15.3 กิโลกรัม –เมตร  / 4500 รอบต่อนาที

3

ในเจ้าตัวนี้ยังใช้ระบบเกียร์ แบบ 4 สปีด พร้อมระบบ Grade Logic Control พร้อมด้วย
Direct Control

เรื่องช่วงล่างนั้นขอบอกว่า DIMENSION ทำมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แม้ว่าช่วงล่างรถคันนี้จะดู
ห่วยสำหรับคนที่ชื่นชอบ  Mazda และ Ford หรือแม้กระทั่งรถยุโรป ก็ตาม แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์
ที่น่าพอใจ Honda ยังคง Concept ได้เหนียวแน่น  คือ เสียว แต่เกาะ >.

ระบบช่วงล่างที่ใช้ คือ

–           ด้านหน้า โทคอนโทรล ลิงค์ สตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโครง

–           ด้านหลัง  รีแอ็ทีฟลิงค์ดับเบิ้ลวิชโบนอิสระ

4

เข้ามาด้านในกันบ้างก่อนจะเปิดประตูต้องหยิบกุญแจก่อน ระบบกุญแจของคันนี้ เป็น Wave Key
ที่แกะดอกเป็นรูปคลื่น  ยากแก่การลอกลาย และใช้ต่อๆกันมาในยุคปัจจุบัน

เมื่อเปิดประตูมาออันดับแรกที่ได้สัมผัสคือ มันกว้างมาก สำหรับคนที่ตัวใหญ่ ก็สามารถเข้า-ออก
ได้สบายๆเลย เมื่อเข้ามาจะเจอกับแผงคอนโซล ที่ทำสีทูโทน แดชบอร์ดส่วนบนสีเทา โซนล่าง
กับเบาะหนังสีเบจ สีโทนสว่างแนวรถบ้านๆ ไม่เน้นดุดันอะไร

5

ด้านพวงมาลัยของ DIMENSION นั้น ควบคุมการหมุนด้วยเพาเวอร์แบบไฮโดรลิก
วงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร หุ้มด้วยหนัง ขนาดพอดีมือ จับถนัด มากๆ   หน้าปัดแบบเรืองแสง
3 เบ้า เข็มสีแดง อยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำกว่าระดับสายตาครับ  แต่ก็ถือว่าดีใช้ได้เลยมอง
แล้วชัดเจนดี ครับ

6

ถัดมาทางซ้ายเป็นวิทยุ 1 Din ที่เล่นแผ่น CD และMP3 ได้ มีช่องเสียบ AUX ด้วย
( ของเดิมจริงๆเล่นได้แค่แผ่น CD ครับ)
ข้างๆกันคือ เครื่องปรับอากาศมาเป็นแบบอัติโนมัติกันเลย เย็นเร็วแม้ตากแดดมาหลายชั่วโมง
พร้อมที่ปรับอุณภูมิภายใน ห้องโดยสาร

7

คอนโซลกลางออกแบบให้ยาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ใต้แดชบอร์ดมาจนถึงระหว่างเบาะคู่หน้า
ด้าน หน้าสุดเป็นที่วางแก้วน้ำ  ออกแบบเก๋ดีโดยถ้าไม่อยากวางแก้น้ำก็พับที่คั่นแก้วย้ำสีดำนั่น
ขึ้นไปก็ จะได้ช่องเก็บของขนาดใส่กล่องแว่นพอดีหนึ่งอัน ถัดมาเป็นคันเกียร์ที่ดูสปอร์ทดี
แต่นิสัยเสีย เพราะไม่มีตำแหน่งเกียร์ 1 มาให้ ชิฟท์ล็อกมีให้พร้อมโดยใช้กุญแจเสียบเข้าก็
เลื่อนเกียร์จาก P มา N ได้เอาไว้ใช้เวลาเกเรจอดขวางคนอื่น ถัดมาก็เป็นช่องวางของขนาด
พอดีกระเป๋าสตางค์บุรุษแล้วก็ เบรกมือ  ถึงตรงนี้ขอตินิดนึงนะครับ เพราะว่าคอนโซล,กลาง
ออกแบบมาไม่อเนกประสงค์เลย วางแค่ของใช้จำเป็นนิดเดียว  ก็เกือบจะเต็มแล้ว ปกติจะมี
กล่องใส่ของ พร้อมเป็นที่วางแขน แถมเวลาหล่นไประหว่างเบาะแล้วเก็บกลับขึ้นมายากมากๆ

8

เบาะนั่งนั้นทำจากหนังแท้ครับ ความรู้สึกเวลานั่งค่อนข้างโอเคสำหรับการขับรถในเมือง แต่ขับ
ระยะไกลอาจมีเมื่อยบ้าง เพราะผนักพิงของเบาะนั้น ไม่ค่อยโอบกระชับเท่าไหร่ จะยกขึ้นมันก็นั่ง
แล้วอึดอัด จะเอาลงไหล่ก็หลุดจากเบาะ
(หรือ ADMIN ตัวใหญ่ >,<) อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับให้พอดี พอสมควร

9

ด้านหลังเช่นเดียวกับด้านหน้า วัสดุทำจากหนังเช่นกัน เบาะรองนั่งแอบต่ำไปนิด อาจจะต้อง
ชันเข่า ถ้ายืดขาเอาเท้าวาง ไว้ใต้เบาะด้านหน้า เบาะจะรองรับพอดีกับข้อพับ แต่ก็นั่งสบายพอ
สมควรตามขนาดของรถ ที่ผนักพิงยังมีที่เท้าแขนและที่ วางแก้วในตัว

10

ลงมาจากรถแล้วเดินมาที่กระโปรงหลัง จะพบกับไฟท้ายโดนัท (ดูยังไงก็ไม่โดนัทอะ ) ใส่หลอด
ธรรมดา เราสามารถถอดเปลี่ยนเองได้ และสปอยเลอร์หลังที่ติดไฟ LED มาใพร้อม ดูสวยขึ้นอีก
เป็นกอง

11

เมื่อเปิดฝากระโปรงขึ้นจะพบที่เก็บของท้ายรถของ CIVIC ES คันนี้ ไม่กว้างเท่าที่คิดครับ แต่
แน่นลึก (คันนี้ติดตั้งถัง LPG มาเลยดูไม่ออกว่างมันกว้างขนาดไหน)   ใส่ของ พอย้ายที่อยู่ได้
ด้านล่างที่รอง เป็นยางอะไหล่ขนาด  และเครื่องมือการถอดล้อ  เวลาฉุกเฉิน

12

มาด้านข้าง เจ้าคันนี้ใส่ล้อ MAG ขนาด 17นิ้ว และเสกิร์ทข้างที่เรียบง่าย ที่ดึงประตูเป็นแบบ
คลาสสิค ครับ กระจกมองข้างไม่ใหญ่ ไม่เล็กเกินไป มองชัดเจนดี และมีคิ้วกันชนที่ประตูทั้ง
4บานพร้อมกันสาด เสริมให้มันดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ด้านหน้าของรถ เมื่อมองมาต้องสดุด กับไฟหน้าที่
ดึงดูด  ด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยว ( ว่าไปนั้น ) ไฟหน้าแบบ ” มัลติรีเฟล็กเตอร์ ”
ส่องสว่างโอเคเลยในเวลากลางคืน  และด้านล่างคือไฟตัดหมอก ที่ Admin ไม่แนะนำให้เปิด
เพราะรถที่สวนมาอาจเกิดอันตรายได้ ใส่ไว้เท่ส์ๆพอครับ ^^

13

จากที่ Admin ได้ละอองขับไปถ่ายทำอัตราการสูญเสียน้ำมัน จะอยู่ที่  10-11 กิโล /ลิตร ในการ
ขับในสภาวะรถติด สิ่งที่รู้สึกได้ถึงข้อเสียอย่างเดียวเลยคือช่วงล่างที่กระด้าง เวลาขับลุยพื้นผิว
ถนนที่ ขรุขระ สะท้านไปถึงทรวง ( เว้อไปๆ) โดยรวมถือว่าไม่ขี้เหร่อะไรมากมาย เหมาะกับ
ครอบครัวขนาดเล็ก ครับ

เขียนมาก็ยืดยาวพอสมควร แล้ว ขอกลับไปคิดถึงการรีวิวครั้งหน้าว่าจะเอา รุ่นอะไรดี ครั้งนี้ต้อง
ขอขอบคุณ ร้าน 148 Coffee & Noodle  มากครับ ที่เอื้องเฟื้อง สถานที่ สำหรับสัปดาห์ขอตัว
ก่อน สวัสดีครับ

View: 5205