กล่าวสวัสดีปีใหม่ ย้อนหลัง ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ หยุดยาวช่วงปีใหม่ ได้ไปไหนกันมาบ้าง
เอ่ย  ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรีวิวเลยในการกลับมาในครั้งนี้ เลยคิดว่าจะเอารถอเนกประสงค์ คันหนึ่ง
มารีวิว ที่ผ่านมาจะมีแต่ รถเก๋ง วันนี้เลยอยากจะเอา รถ SUV มาทำการรีวิวบ้างครับ  ในวันนี้
อากาศร้อนมากครับ ทั้งๆที่เข้าหน้าหนาวแล้วแท้ๆ มีทั้งฝนตก แดดร้อนๆ อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว
มากๆ ทำเอา Admin เป็นไข้กันเลยทีเดียว ก็อยากให้ท่านผู้อ่านดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

วันนี้ได้มีโอกาสเอารถอเนกประสงค์ หรือรถ SUV คันนี้ นั้นก็คือ!!  HONDA CR-V ในรุ่น G3
ใช่แล้ว มันคือรุ่นก่อนหน้า ALL NEW CR-V ในปัจจุบันนั้นเองครับ  แต่ก่อนจะไปดูรายละเอียด
Admin ขอกล่าวถึงประวัติของ CR-V G3 กันก่อนครับ

CR-V จริงๆแล้วมันมันมีชื่อเต็มๆครับ คือ  “COMFORTABLE RUNABOUT VEHICLE”  เป็น
รถอเนกประสงค์ รุ่นแรกที่HONDA ออกแบบเองและพัฒนามาตลอด และเป็นคลื่นลูกที่ 2 ของ
Honda ที่จะมาตี ตลาดรถยนต์ อเนกประสงค์เต็มตัว ต่อจากODYSSEY นับตั้งแต่ต้นทศวรรษที่
1990

เปิดตัวในประเทศไทย ราวๆปลายปี 2006 โดยเปิดทั้ง 2 รุ่น ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 และ 2.4

ด้านดีไซ รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบ ให้มีความทันสมัยโดยให้ใกล้เคียงกับ
รถเก๋งมากที่สุด ด้านหน้าออกแบบในสไตล์แปลกใหม่ มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ เสริมใต้
กระจังหน้าหลัก และเดินแนวเส้นต่อเนื่องไปกับชุดไฟหน้า ขณะที่เส้นสายบั้นท้าย ยังคล้ายกับการ
ยก กระจกและเสาหลังคาคู่หลัง D-PILLAR ของ HONDA STREAM รุ่นก่อน มาติดตั้งไว้ใน
CR-V ตัวนี้

HONDA ได้นำรายละเอียดปลีกย่อย กลับมาขบคิดพิจารณากันใหม่ ไม่เว้นแม้แต่ฝาประตูห้องเก็บ
ของด้านหลัง เปลี่ยนจากการเปิดแบบฝาตู้เย็น เป็นแบบยกขึ้นเหมือนเอสยูวีทั่วไป และตำแหน่งที่
เก็บยางอะไหล่ซึ่งถูกย้ายจากที่ห้อยไว้ติดหลังรถ ไปไว้ใต้ที่รองวางของหลังรถแทน ทั้งหมดนี้ส่ง
ผลให้ขนาดตัวถังมีการ เปลี่ยนแปลง ในทางบวก

1

ในรุ่น 2.0 ขับล้อหน้า และ 2.0 4WD เวอร์ชันไทยและยุโรป วางเครื่องยนต์เดียวกัน

นั่นคือบล็อกใหม่ล่าสุด รหัส R20A

เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี

พร้อมระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC

กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด 19.36 กก.-ม.ที่ 4,200 รอบ/นาที

2

การติดตั้งเครื่องยนต์นั้น ติดตั้งเครื่องยนต์ เตี้ยกว่าเดิม 35 มิลลิเมตรด้วย มีผลทำให้สมรรถนะ
ของตัวรถ แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจนในหลายๆเรื่อง รุ่น 2.0 ทุกรุ่น ส่งกำลังด้วยเกียร์
อัตโนมัติ 5 จังหวะครับ

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ถือว่าดีขึ้นจากรุ่นก่อนที่ใครๆก็ว่ามันสูบน้ำมันเหลือเกิน เจ้าคันนี้อยู่
ประมาณ 9-10 กม/ลิตร อาจจะมาจากที่ทาง HONDA เปลี่ยนชุดคันเร่งและลิ้นเร่งให้เป็นระบบ
ไฟฟ้า ก็ได้ครับ เวลาขับอาจจะรู้สึกว่ามันเร่งไม่ขึ้น นั้นไม่ใช่ปัญหาจากเครื่องยนต์ แต่มันถูกเช็ทมา
ให้ขับในเมืองครับ และ ขอย้ำเลยว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาจากตัวเครื่อง หากแต่มันมาจากตัวคันเร่งไฟฟ้า
+ ลิ้นเร่งไฟฟ้า
จะทำอย่างไรได้  ก็ในเมื่อ ลูกค้าของ รถรุ่นเดิม บ่นว่า ขับในเมืองแล้ว กินน้ำมันเหลือเกิน
ทางออกในการแก้ปัญหา ก็เลยมีทั้งการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ไปจนถึงการเซ็ต
น้ำหนักของคันเร่ง และความไวในการตอบสนองของคันเร่ง ให้หน่วงช้าลงสักเล็กน้อย ดังนั้น ถ้า
คุณต้องการเค้นสมรรถนะจากตัวรถ ในรุ่น 2.0 4WD ที่ถูกเซ็ตมาเพื่อใช้งานในเมืองเป็นหลัก
คุณต้องทำใจไว้เล็กน้อยครับ

3

ช่วงล่างเริ่มจากการปรับปรุงให้ ความกว้างช่วงล้อหน้า และหลัง กว้างขึ้น เช่นเดียวกับตัวถังที่กว้าง
ขึ้นเป็น 1,820 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นจากเดิม อีก 35 มิลลิเมตร  ตามด้วยการลดความสูงของตัวรถ
จุดศูนย์ถ่วงของรถ และตำแหน่งของเครื่องยนต์ ลงอีก 35 มิลลิเมตร เมื่อรถกว้างขึ้น ก็ช่วยให้การ
เกาะถนนทำได้ดีขึ้น  ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัต หลังแบบ  ปีกนกคู่ รีแอ็คทีฟ

การเซ็ตระบบกันสะเทือนนั้น เน้นความหนักแน่น สัมผัสได้ว่า เฟิร์ม ขึ้น มั่นใจขึ้น เนื่องจากมีการ
ปรับปรุง ค่าความถี่ของสปริง (Frequentcy Spring rate) และปรับปรุงช็อกอัพใหม่ นุ่มนวล และ
ลดความกระด้างลงจากรุ่นเดิม

ช็อกอัพคู่หน้า เซ็ตมาให้นุ่มลงนิดหน่อย ส่วนด้านหลัง เซ็ตให้แข็งกว่าด้านหน้านิดหน่อย แต่ถือว่า
สมดุลกันแล้ว

4

เอาละครับมาดูภายในกันบ้างดีกว่า ก่อนจะเปิดประตูต้องมีกุญแจ ของรุ่นนี้เป็นกุญแจแบบรถ
HONDA ทั่วไปครับ มีปุ่มล็อก และปลดล็อก

5

เมื่อเปิดประตู มาจะเห็นได้ว่า ฮอนด้า พยายามออกแบบ ภายใน ให้มุ่งเน้นทุกสิ่งทุกอย่าง พุ่งไป
เอาใจคนขับให้ได้มากที่สุด เป็นหลัก  เบาะนั่งคู่หน้านั้น ในรุ่น 2.0 4WD มีระบบปรับด้วยไฟฟ้า
เฉพาะคนขับมาให้ และประตูเปิดได้กว้างมากๆ ขึ้นลงสะดวกแน่นอน สำหรับการขึ้น-ลง นั้นทาง
Honda ก็ให้ความสำคัญเช่นกัน ยังคงมีบันไดข้างมาให้ เหมือนกับ รุ่นที่ผ่านมา

6

พนักศีรษะค่อนข้างโน้มมาทางข้างหน้า  ภายในห้องโดยสาร เลือกตกแต่งได้ 2 โทนสีหลัก ทั้ง
สีเบจ และสีดำ แล้วแต่จะเลือก พื้นที่เหนือศีรษะ เหลือเยอะครับ โล่งสบายดีทีเดียว

7

แผงประตู ออกแบบใหม่ คือสิ่งที่ผมชื่นชอบมาก เพราะการวางแขน วางมือ ค่อนข้างสบายดีทีเดียว

แถมที่วางแขน สำหรับเบาะคู่หน้า คราวนี้ ออกแบบมาได้อย่างถูกหลักสรีระศาสตร์ ช่วยให้การขับขี่
สบายขึ้นจริงๆ

8

ประตูคู่หลัง เปิดกางออกได้กว้าง 80 องศา เบาะด้านหลัง แม้จะมีพื้นที่วางขาที่สบายขึ้นกว่ารุ่น
เดิม แต่เบาะนั่งด้านหลัง แข็งไปหน่อย ก็ยังไม่ถึงกับแข็งมากราวกับไม้กระดาน นั่งทางไกล น่าจะมี
เมื่อยบ้าง

9

เบาะหลังแบ่งพับได้ในอัตราส่วน 40 : 20 : 40 เพื่อเปิดทางสู่พื้นที่ห้องเก็บของด้านหลัง

ตรงกลาง มีที่วางแขน ที่วางได้ พอดีกับแขน พร้อมที่วางแก้วตรงกลาง และยังพับลงจนหมดทั้ง 3 ชิ้นได้
10

ส่วนห้องเก็บของด้านหลังนั้น เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งเปิดฝาประตูท้าย มาเป็นแบบยกขึ้นแล้ว ก็เหมือน
ว่าจะสะดวกดี ไม่ต้องมานั่งสนใจว่า กล่องเก็บยางอะไหล่ด้านหลังมันจะไปทำอันตรายกะสิ่งมีชีวิต
อื่นใดที่เดินผ่านเข้ามาหรือไม่

 

มาถึงแผงหน้าปัด ประดับด้วยวัสดุสีเงิน คาดกับสีดำ เพิ่มความสปอร์ตให้ตัวรถอย่างมาก การย้าย
คันเกียร์ มาไว้ในตำแหน่งใต้คอนโซลกลาง ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก การเข้าเกียร์ต้อง
ออกแรงในระดับนึง นั่นคือ หนืดๆ และต้องออกแรงนิดนึง

11

ช่องเก็บของบนแผงหน้าปัด

ยังมี 2 ตำแหน่งเหมือนเดิม แต่ ฮอนด้าคงได้รับเสียงบ่นจากลูกค้ามาว่า ในรุ่นเดิม ช่องที่ทำลึกลง
ไปนั่น ใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย วางอะไรเอาไว้ ก็มีแต่กลิ้งลงพื้นเมื่อตอนออกตัว ช่วยทำฝาปิดให้ที
เถิด รุ่นใหม่ เขาก็เลยทำฝาปิดมาให้ ดูไฮโซขึ้นแยะ!  แต่อย่านึกว่า ลิ้นชักใส่ของด้านล่าง จะจุของ
ได้เยอะ เปล่าเลย แค่ ซองเก็บคู่มือประจำรถ และสมุดรับบริการ นั่นก็น่าจะเต็มกล่องแล้ว…. พอจะ
เหลือพื้นที่ให้เศษกระดาษนิดๆหน่อยๆจาก บริษัทประกันภัยไปนอนอาศัยร่วมด้วยอยู่บ้าง และยังมี
ของเล่นซ่อนอยู๋อีกนั้นคือ สายเชื่อมต่อ USB เอาไว้เสียบเปิดเพลงตามใจเรา ไม่ต้องพกแผ่นCD
เยอะแยะ

12

ถัดมาด้านคนขับกันบ้าง หน้าจอตรงกลางติดตั้งหน้าจอแบบ Multi information display ถ้ารถ
เปิดประตูอยู่ สัญลักษณ์รูปรถ จะขึ้นเป็นสีเหลือง ปิดประตูครบทุกบาน จึงจะเป็นสีขาว ทริป
มิเตอร์  บอกอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยได้ค่อนข้างแม่นยำใกล้เคียงกับตัวเลขจริงมากที่สุดคัน
หนึ่ง พร้อมแถบวัดความประหยัด ขึ้น-ลงๆ ตามน้ำหนักเท้าบนที่เหยียบบนคันเร่ง

13

ชุดเครื่องเสียง เป็นแบบ CD 6 แผ่น เล่น MP3 ได้ คุณภาพเสียง ผมว่าก็พอรับได้ ฟัง ซีดี ก็ถือว่า
ดี ปุ่มสวิตต่างๆ ถือว่าดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนเยอะเลยทีเดียว

ระบบปรับอากาศ เป็นแบบอัตโนมัติ แยกฝั่งได้ ซ้าย-ขวา เย็นเร็วกำลังดี เรื่องแอร์ ไม่ต้องมีบ่น
เรื่องความเย็นครับ ใช้การได้เลย
14

ชุดเครื่องเสียงสามารถควบคุมได้จากบนพวงมาลัย และฝั่งขวายังมี ระบบควบคุมความเร็ว
อัตโนมัติ Cruise Control มาให้อีกด้วย สวิชต์บนพวงมาลัยนั้น แทบจะยกชุดมาจาก Accord รุ่น G7 นั่นละครับ

15

เรามาดูของใช้อเนกประสงค์ในรถบ้าง โดยปกติรถทั่วๆไปจะมีของสักอย่างหรือหลายๆอย่างที่
แปลกแหวกแนวกว่าชาวบ้านเค้า

บางอย่างอาจดี จนคุณต้อง ว้าวคิดมาได้ไงเนี้ย สุดยอดไปเลย แต่บางอย่าง จะทำขึ้นมาเพื่อ?
หาประโยน์มิได้เลย

แต่ใน CR-V ผมขอกล่าว ซักนิด ที่ผมคิดว่ามันใช้ประโยชน์ได้ นะครับ

ชิ้นแรก…..

เป็นอุปกรณ์ที่ผมโปรดปรานที่สุด เหมาะกับสุภาพสตรี และคนมีของจุกจิก เยอะ มันคือ กล่องเก็บ
ของ “อภิมหาโคตระอเนกปะสงค์” ซึ่งมันต่าง รุ่นก่อน มากมาย โดยในรุ่นก่อนนั้น จะเป็นที่วางแก้ว
แบบพับเก็บ ซึ่งมันไม่สามารถวางของอย่างอื่นได้เลยนอกจากแก้วน้ำ ด้วยเหตุนี้  ทีมออกแบบ
เขาก็เลยแก้ปัญหา ด้วยการทำกล่องคอนโซลขึ้นมาเสียเลย

ประกอบไปด้วยที่วางแก้ว มาพร้อมกับแผ่นพาสติกขั้นกล้างที่สามารถดึงออกตอนไหนก็ได้ เพื่อใส่
แก้วที่มีขนาดใหญ่กว่า

ถัดมาเป็นช่องเก็บของขนาดความจุ น่าจะประมาณ 500 – 700 ลิตร น่าจะได้ ถัดลงมาอีกเป็น
แบบสไลท์เปิด ช่องนี้น่าจะกว้างที่สุดละ เหมาะกับใส่พวกแผ่น CD หลายๆแผ่น หรืออะไรก็ตาม
แล้วแต่ผู้ใช้อะครับ

16

ชิ้นที่สอง…

กระจกสะท้อนนี่ละครับมัน ซ่อนตัวอยู่ในช่องใส่แว่นกันแดด มันเรียกใช้ได้ ด้วยการ ดึงที่ใส่แว่น
ลงมาเพียงนิดเดียว

 

จะมีตำแหน่งกลไกล็อกเอง มันช่วยให้คุณแม่บ้าน มองเห็นคุณหนูๆ ที่นั่งซนอยู่บนเบาะหลังได้
อย่างดีขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการเดิน   “ผมว่าที่เขาใส่มาให้บางท่านอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็มี
ครับ แต่สำหรับผม ผมมองว่ามันคือการช่วยคุณแม่บ้านได้ดีเลยทีเดียวเวลามีลูกๆนั่งติดรถมาด้วย
ที่เบาะด้านหลัง”

17

ในรุ่น 2.0 4WD. นั้น มีถุงลมนิรภัยมาให้ 2ใบ คู่หน้า ครับ พื้นที่ของคนขับถือว่าโอเคเลยสำหรับ
คนสูง 180 ซม. ด้านหลังก็เช่นเดียวกัน กว้างพอที่จะให้คนตัวใหญ่ๆซัก 3คน นั่งเบียดๆกันได้อยู่
ครับ ถึงจะนั่งเบียดกันแต่ร่างกายก็ไม่เบียดประตูจนเกินไป

สรุปแล้ว เจ้า CR-V นั้นเอาใจคนชอบขับรถสบายๆ มากขึ้น  ทั้งในเรื่องการออกแบบห้องโดยสาร
ให้นั่งสบายยิ่งขึ้น

เหมาะกับการขับขี่ทางไกล พนักศีรษะ ยื่นออกมาเล็กน้อย สไตล์รถยุโรป ไปจนถึง เบาะนั่งด้าน
หลัง ที่ทำออกมาได้แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว นั่งพอสบาย ไม่แข็งมาก และไม่นุ่มมากนัก

18

 

รุ่น 2.0 4WD เอาใจคุณแม่บ้านยุคใหม่ ที่ชอบรถแนวเอสยูวียกสูง  หวังไว้ไปเองว่าจะได้มองเห็น
ทางข้างหน้าโล่งๆ เซ็ตมาให้ขับสบาย เรื่อยๆ เป็นหลัก แต่อย่าคาดหวังสมรรถนะอะไรมากนัก
ยกเว้นเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ทำตัวเลขได้พอกันกับรุ่นเก่า รวมทั้งยังมีอีกหลายสิ่งที่ยัง
ต้องปรับปรุงต่อเนื่องขึ้นไปอีก เพื่อให้ ซีอาร์-วี มุ่งสู่การเป็นเอสยูวี ที่ดีที่สุดคันหนึ่งเท่าที่มีในตลาด

มีตั้งแต่เรื่องของน้ำหนักพวงมาลัย EPS ที่เบาไปหน่อย จนถึงการเซ็ตระบบเบรก  แต่สิ่งเดียวที่คิด
ว่า อย่าเปลี่ยนแปลงอีกเลย คือ ห้องโดยสาร

ทั้งตำแหน่งเบาะนั่ง ตำแหน่งคนขับ อาจจะปรับปรุงได้เฉพาะคันเกียร์ ที่ไกลออกไป ปรับให้เข้าใกล้
ขึ้นมาอีกนิด

หรือเบาะแถว หลังที่ควรมีส่วนรองรับต้นขามากกว่านี้สักหน่อย แต่ที่เหลือแล้ว แทบไม่ต้องปรับแก้
อะไรอีก เพราะลงตัวมากๆ มากที่สุดในบรรดา 3 รุ่นของ CR-V เลยทีเดียว

19

อย่าไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ของแต่ละบุคคลครับ สำหรับตัว Admin เองนั้น คันนี้ ยังคง
ต้องมีการปรับนิดๆหน่อยๆ แต่โดยรวมถือว่าดีกว่ารุ่นก่อนมากขึ้นจริงๆ แล้วอย่าลืมแวะเข้ามาอ่าน
“หัวข้อการดูแลรถ” ด้วยนะครับ เมื่อท่านผู้อ่านซื้อรถจากที่ 54นิวัฒน์ หรือที่อื่นก็ดี จะได้มีความรู้
ในการดูแลรถของท่านให้ใหม่และอยู่กับเราไปนานๆ ครับ

20 2122 2324 25

View: 1401